สุนัขที่ดุที่สุดในโลก

Posted: กันยายน 28, 2010 in Uncategorized

 

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวสะเทือนใจคนทั่วไปและคนรักสุนัขเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดเหตุสุนัขพันธุ์ร็อดไวเลอร์2ตัวรุมกัดเด็กหญิงวัย2ขอวเสียชีวิต นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุสุนัขกัดคนเสียชีวิต และอาจก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

ที่หลายคนคงสงสัยและติดใจคือสุนัขพันธุ์นี้มันดุร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ เพราะจากข่าวคราวที่ผ่านมา ผู้ที่ประสบเหตุไม่ใช่คนแปลกหน้าหรือโจรผู้ร้ายอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่กลับเป็นเจ้าของบ้าน คนในครอบครัวหรือคนรับใช้ ซึ่งอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน เห็นกันทุกวัน  จะด้วยลักษณะนิสัย สัญชาติญาณหรืออะไรก็ตามแต่

ทว่า สิ่งที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ช่างตรงข้ามกับวลีที่ว่า สุนัข เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ซะจริงๆ 

แต่จะโทษสุนัขอย่างเดียวก็ไม่ถูก เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุเจ้าของเองก็มีส่วนผิดด้วยครึ่งหนึ่งเสมอ ในกรณีที่ไม่มีการดูแลเลี้ยงดูมันอย่างถูกต้อง ปล่อยปะละเลย ขาดการเอาใจใส่ ไม่ดูแลเรื่องความปลอดภัย  อย่ากระนั้นเลย เราลองมาทำความรู้กับกับสุนัขพันธุ์ต่างๆที่ได้ชื่อว่ามีนิสัยดุกันดีกว่า เพื่อที่จะได้รู้และเข้าใจในตัวมันมากขึ้น 

อเมริกัน พิทบูล เทอเรียร์

ที่ยกมาเป็นตัวแรกเพราะ พิทบูลได้ชื่อว่าเป็นสุนัขพันธุ์ที่ดุที่สุดในโลก ถึงขนาดที่ประเทศอังกฤษแบบไม่ให้มีการเลี้ยงกัน เนื่องจากมีข่าวจนเป็นคดีความฟ้องร้องไปหลายครั้งหลายครา เหตุก็เพราะเจ้าของไม่ดูแลให้ดี 

ด้วยลักษณะรูปร่างที่ถ้าเปรียบเป็นคนก็จัดว่ากำยำลำสัน ตัวใหญ่  กรามใหญ่ เขี้ยวเล็บแหลมคม ดูแต่ไกลก็รู้แล้วว่าดุ ภาพที่เห็นคู่กับพิทบูลที่ครั้งจึงเป็นปลอกคอและสายรัดคอที่ตึงตลอด(เจ้าของต้องออกแรงยื่อยุดฉุดกระชากตลอดทาง) ความโหดของมันตามที่เล่าขานมาก็คือ กัดไม่ปล่อย กระโจนเข้าหาเป้าหมายด้วยพละกำลังหมาศาล(เคยเป็นข่าวว่าแรงดีขนาดลากรถทั้งคันได้) และที่ผ่านมาสุนัขพันธุ์นี้ก็เคยมีข่าวว่ากัดคนตายมาแล้ว

อเมริกัน พิทบูล มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ แรกเริ่มมีชื่อเรียกกันในหลายชื่อ แต่รวมๆแล้วหมายถึงหมาที่ใช้ในเกมส์การต่อสู้เป็นหลัก มันถูกพัฒนาความสามารถในการต่อสู้มาตั้งแต่ในอดีต เพราะสมัยก่อนกีฬาแข่งหมา(เอาหมามากัดกัน)เป็นที่นิยมในหลายประเทศ  ซึ่ง พิตบูล มีคุณลักษณะตามเกณฑ์ทั้ง ความดุร้าย พละกำลังและความอึด ทำให้พิทบูลกลายเป็นหมานักสู้ในที่สุด

อนึ่ง ปัจจุบันกีฬาแข่งหมาได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เพราะถูกต่อต้านว่าเป็นการทรมานสัตว์ แต่ก็ยังมี ญี่ปุ่น เกาหลี และหลายประเทศในยุโรป ที่ทางการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้มีการลักลอบแข่งหมาในพื้นที่ชนบท

จากคุณสมบัติที่สืบต่อมาจากบรรพบุรุษ จากสุนัขหลายสายพันธ์ที่มีจุดเด่นแตกต่างกันไป สุนัขพิทบูลในปัจจุบันถือว่า เป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเพื่อเกมส์การแข่งขันเลือดนี้ เวลาที่ผ่านไปได้สั่งสมความเข้มข้นในสายเลือดนักรบ และหล่อหลอมจนก่อให้เกิดสุดยอดสุนัขนักสู้ใอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ปัจจุบันสุนัขสายเลือดนักสู้เหล่านั้นส่วนใหญ่ได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน ซึ่งก็รวมถึง สุนัขอเมริกัน พิทบูลด้วย  โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงไว้ใช้เพื่อเฝ้าบ้านเป็นหลัก แต่ด้วยความน่าเกรมขามของมันบางคนถึงกับเอาไปใช้เป็นบอดี้การ์ดประจำตัว

จุดเด่นพิทบูลกลายเป็นจุดอ่อน  เพราะเป็นสุนัขที่มีนิสัยค่อนข้างดุร้ายตามลักษณะโครงสร้างทางสายพันธุ์ ต่างประเทศนิยมเลี้ยงไว้กัดแข่งในสนามครับ ด้วยความกัดเก่ง กรามแข็ง กัดไม่ปล่อยจึงเป็นความน่ากลัว ส่วนข้อดี สุนัขพันธุ์นี้รักเจ้าของมาก  แต่เฉพาะเจ้าของเท่านั้นจริงๆ 

ดังนั้น จึงอาจเป็นอันตรายต่อเด็กเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งแขกไปใครมานี่ไม่ต้องสงสัย ถ้าไม่ล่ามไว้ดีๆก็ไม่อาจรอดคมเขี้ยวมันไปได้

ทางที่เจ้าของควรศึกษาข้อมูล ลักษณะนิสัยใจคอ วิธีการเลี้ยงของพิทบูลก่อนที่จะนำมันมาเลี้ยงจะเป็นการดีที่สุด

ร็อตไวเลอร์

ชื่อนี้ดูจะคุ้นหูคนไทยเป็นพิเศษ เพราะในช่วง3-4ปีมานี้ ร็อตไวเลอร์ จองพื้นที่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บ้านเราอยู่เป็นระยะๆ  ด้วยนิสัยดุ กัดแหลกของมันทำให้ล่าสุดถึงกับมีการสร้างหนังชื่อ ร็อตไวเลอร์ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความร้ายกาจของสุนัขพันธุ์นี้

ในสายตาของคนทั่วไปมันจึงกลายเป็นไอ้ตัวร้ายที่หลายคนก็อดตั้งคำถามไม่ได้ในทุกครั้งที่มีข่าวว่า รู้ว่ามันดุแล้วจะเลี้ยงทำไม แต่สำหรับคนรักหมาแล้วกลับคิดต่างออกไปอีกด้าน โดยมองว่า ร็อตไวเลอร์ เป็นหมาที่สง่างาม แข็งแรง ซื่อสัตย์ บ้างถึงกับบอกว่าเชื่องและน่ารักมาก

หากดูตามประวัติความเป็นมา  สุนัขขนาดใหญ่สายพันธุ์นี้ เคยถูกเลี้ยงไว้ใช้งานในการคุ้มกันกองคาราวานสินค้าในประเทศแถบยุโรป มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งเมื่อเสร็จจากงาน เจ้าของกองคาราวานสินค้าได้นำสุนัขเข้ามาพักผ่อนในเมือง ปรากฏว่า ชายขี้เมาคนหนึ่งพยายามเข้ามาทำร้ายเจ้าของสุนัข  ร็อตไวเลอร์  จึงเข้าปกป้อง เมื่อหลายคนเห็นว่าสุนัขพันธุ์นี้มีทั้งพละกำลัง และความดุร้ายหวงแหนเจ้าของ จึงนำมาเพาะเลี้ยงใช้งานลักษณะนี้มาถึงปัจจุบัน
พันธุ์ของเจ้าสุนัขร็อตไวเลอร์ที่โด่งดังสุด เห็นจะเป็นพันธุ์ที่มาจาก 3 ประเทศหลัก คือ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และประเทศยูโกสลาเวีย

สายพันธุ์ที่มาจากประเทศเยอรมนี ถือว่าดุร้าย ก้าวร้าวที่สุด เนื่องจากธรรมชาติและเป้าหมายของการเพาะเลี้ยงในประเทศนี้มักใช้งาน ร็อตไวเลอร์ ในการคุ้มกันบุคคล-อารักขาอาณาบริเวณ การคัดเลือกสายพันธุ์ รวมถึงการฝึกจึงเน้นลักษณะการใช้งานเป็นหลัก สุนัขทุกตัวจึงต้องผ่านการตรวจจิตประสาท ก่อนจะนำไปขึ้นทะเบียนด้วย

ในสหรัฐอเมริกา จะเพาะเลี้ยง “ร็อตไวเลอร์” ในลักษณะสุนัขเข้าสังคม ใจดี ใช้ชีวิตอยู่กับผู้คนในบ้าน  ฝึกให้มีความสงบ ไม่ก้าวร้าว ถึงขนาดการประกวดสุนัขพันธุ์นี้ในสหรัฐ มีข้อกำหนดว่ากรรมการต้องสามารถอ้าปากได้โดยไม่ถูกกัด หากสุนัขมีอาการก้าวร้าวจะถูกตัดสิทธิ์ทันที 

ขณะที่ยูโกสลาเวีย จะนำลักษณะเด่นของทั้งสหรัฐและเยอรมนี มารวมกันคือ ทั้งบึกบึน สงบ รวมถึงการฝึกคุ้มกันและอารักขาไปในตัวด้วย

สำหรับวิธีเอาตัวรอดจากการขย้ำของ ร็อตไวเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากสุนัขเข้าโจมตีทางเดียวที่จะรอดพ้นคือ นอนนิ่งๆ(ถ้ากลั้นหายใจด้วยนี่เหมือนเจอหมี

แล้วแกล้งตาย) ห้ามต่อสู้โดยเด็ดขาด(อันนี้แล้วแต่ความเชื่อและความกล้าของแต่ละบุคคล เพราะเอาเข้าจริงจะมีสักกี่คนที่กล้านอนนิ่งๆ )

ส่วนเจ้าของฟาร์มสุนัข แนะนำว่าถ้าเข้าไปอยู่ในอาณาเขตของร็อตไวเลอร์มีโอกาสเสี่ยงที่จะถูกกัด หากมันตรงเข้ามาหาสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ยืนนิ่งๆ ห้าม

กระดุกกระดิก เพราะธรรมชาติของสุนัขพันธุ์นี้ จะไม่ชอบคนหลุกหลิก หรือท่าทางแบบกล้าๆ กลัวๆ หรือพวกคนแปลกหน้าเนื่องจากสัญชาตญาณปกป้องหวงแหนถิ่นที่อยู่
หากสุนัขวิ่งเข้ามาหาให้ยืนนิ่งๆ สุนัขจะหยุด หรือหากถูกกัดแล้วอย่าพยายามวิ่งหนี ปล่อยให้กัดเพียงครั้งเดียว แล้วมันจะค่อยๆ ปล่อยกรามออกมาเอง(แค่นึกภาพตามก็สยองแล้ว)

แต่หากเหยื่อดิ้นรนต่อสู้ สุนัขจะขย้ำและยิ่งบดเขี้ยวสะบัด เพื่อให้เหยื่อหยุดนิ่ง ที่สำคัญห้ามล้มลงโดยเด็ดขาด(ตรงข้ามกับที่ผู้เชี่ยวชาญบอกอย่างแรง) เพราะสุนัขจะเข้าฟัดจนเหยื่อแน่นิ่ง ทางที่ดีถ้าล้มลงก็ให้ นอนนิ่งๆ พยายามอย่าร้องกลั้นความเจ็บปวดไว้ สุนัขจะค่อยๆ สงบลงเอง อย่างเหยื่อเด็กที่ถูกกัดคงดิ้นรน ทำให้โดนฟัดจนเสียชีวิต

คนที่จะเลี้ยงเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ต้องมีเวลา ใส่สายจูงออกไปเดินนอกบ้านบ้าง ต้องพาเข้าสังคมให้เกิดความเคยชินกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ บ้าน อย่าขังสุนัขไว้ในบ้านหรือกรงอย่างเดียว เพราะวันไหนถ้าหากหลุดออกไปนอกบ้าน สุนัขจะเกิดความระแวง หวาดกลัว และเข้าทำร้ายคนที่เดินผ่านไปมาอันตรายมาก

เจ้าของฟาร์มหมาระบุว่า ร็อตไวเลอร์ 90 เปอร์เซนต์เกลียดเด็ก หากจะเลี้ยงต้องให้โตมาพร้อมกัน พันธุ์นี้ควรเลี้ยงแต่เล็ก และเลี้ยงแบบปล่อย

อย่างไรก็ตาม คนเลี้ยงจะต้องให้ความรัก ใกล้ชิดพอสมควร ถ้าไม่มีเวลาหรือไม่พาไปวิ่งออกกำลัง ลักษณะร่างกายจะไม่สมบูรณ์ ยิ่งถูกขังในบ้านนาน จะกลายเป็นสุนัขที่อันตราย หากใครเข้าบ้านจะตรงไปทำร้ายทันที หรือหากหลุดออกจากบ้านจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น

 

บางแก้ว

กลับมาที่พันธุ์ไทยกันบ้าง บางแก้ว จัดเป็นหมาไทยที่ได้ชื่อว่าดุที่สุดพันธุ์หนึ่ง และไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้เคยมีข่าวคนใช้ถูกบางแก้วกัดจนตายเหมือนกัน ทั้งนี้ก็ด้วยพิษสงของเคี้ยวเล็บที่แข็งแรงของมัน

ลักษณะภายนอกที่มีขนฟูฟ่องคล้ายหมาป่ากับเสียงเห่าที่ดังคล้ายกับเสียงคำรามดูปราดเดียวก็รู้ว่าดุ กระนั้น หากอยู่นิ่งๆไม่ออกอาการอะไร บางแก้วก็ดูเป็นสุนัขที่น่ารักพันธุ์หนึ่ง เพราะมีรูปร่างสง่างาม ขนยาวฟูสวย น่ารักน่าชัง ยิ่งตอนเล็กๆนี่คล้ายตุ๊กตามาก  ซึ่งข้อนี้เองที่ต้องระวังมากกว่าหมาดุพันธุ์ยุดรปที่รูปลักษณ์ภายนอกบ่งบองได้ว่าดุ น่าเกรงขาม โดยเฉพาะเด็กๆที่ไม่รู้เดียงสาไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วมันดุแค่ไหนเข้าไปเล่นกับมันเพราะเห็นว่าน่ารักอาจโดนมันฝังเขี้ยวไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับประวัติความเป็นมาของสุนัขไทยพันธุ์ บางแก้ว แหล่งกำเนิดของอยู่ที่ วัดบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม สภาพภูมิประเทศทั่ว ๆ ไปนั้นยังคงเป็น ป่าพง ป่าระกำ ป่าไผ่ และต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย ของสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ ชุกชุม เช่น ช้างป่าเป็นโขลง ๆ หมูป่า ไก่ป่า สุนัขจิ้งจอก และหมาใน

ส่วนเหตุผลที่สันนิษฐานว่า สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วเป็นสุนัขลูกผสมสามสายเลือด พื้นที่ในเขต ต.บางแก้ว ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ ในอดีตนั้นเป็นป่าดงพงพีที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย สัตว์ป่านานาชนิดรวม ทั้งสุนัขจิ้งจอก และหมาในอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โอกาสที่สุนัขจิ้กจอกและหมาในตัวผู้จะมาแอบลักลอบเข้ามาผสมพันธุ์กับสุนัขไทยตัวเมียที่เลี้ยงไว้ในวัดบางแก้วนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียวเพราะสุนัขป่าทั้งหลายนี้เป็นสุนัขที่กล้าหาญชาญชัย ว่องไว ใจปราดเปรียว แข็งแรง

 

เมื่อมีการผสมข้ามพันธุ์กันตามธรรมชาติ สุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว มีลักษณะดีเด่นปรากฏโฉมออกมาคือ มีขนยาว ขนมีลักษณะเป็นขนสองชั้นคล้ายอานม้า หางเป็นพวงสวยงาม มีขนแผงคอคล้ายแผงคอสิงโต ดุ เฉลียวฉลาด มีไอคิวสูง ไม่แพ้สุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

ลักษณะพิเศษของสุนัขบางแก้ว 

1.ลักษณะหน้าเสือ ใบหน้าดูคล้ายเสือ มีกะโหลกศีรษะใหญ่ หน้าผากกว้าง โคนหูตั้งอยู่ห่างกัน หูเล็กแบะออกเล็กน้อย แววตาเซื่องซึม พื้นสีตามักจะเป็นสี

เหลืองทองคล้ำ ม่านตาตรงกลางสีดำ มีขนย้อยจากโคนหูด้านล่างเป็นแผงที่คอ เรียกว่า แผงคอ แต่ไม่รอบคอ ขนมีทั้งฟูและไม่ฟู มีหางเป็นพวง ทั้งหางงอ และ

หางม้วน แลดูดุร้าย เป็นลักษณะของสุนัขบางแก้วที่ใหญ่ที่สุด

2. ลักษณะหน้าสิงโต มีกะโหลกศีรษะเล็กกว่าลักษณะหน้าเสือ หูเล็กเป็นรูปสามเหลี่ยม ป้องไปข้างหน้ารับกับใบหน้าอย่างสวยงาม ปากไม่เรียวแหลมมาก ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป มีขนยาวตั้งแต่โคนหูลงมาด้านล่าง เป็นแผงรอบคอ และมีขนเป็นเคราจากใต้คางย้อยลงมาเหมือนคอพอกลงมาถึงคอด้านล่าง ที่บริเวณรอบลำคอมีขนยาวโดยรอบ มีทั้งขนสั้นฟูและฟูยาว เมื่องมองจากดานหน้าจะมีลักษณะคล้ายสิงโต ลักษณะเท้ายาวอูม ขนยาวหุ้มปลายเท้าเล็กน้อย มองดูคล้ายเท้าหมี ขนมีทั้งยาวฟู สั้นฟู หางมีทั้งม้วนสูงและม้วนต่ำ เป็นพวงและไม่เป็นพวง ช่วงตอนหน้าใหญ่ตอนท้ายเล็ก ยามปกติแววตาและท่าทางเซื่องซึม แต่เมื่อเป็นศัตรูปรือคนแปลกหน้า จะเปลี่ยนเป็นดุร้ายและคล่องแคล่วว่องไวทันที ลักษณะหน้าสิงโตเป็นลักษณะที่หายามาก นาน ๆ จึงจะพบเห็นสักตัวหนึ่ง

3. ลักษณะหน้าจิ้งจอก มีใบหน้าแหลม หูใหญ่กว่าลักษณะหน้าเสือและหน้าสิงโต ใบหูไม่ตรงโย้ออกด้านข้าง มองดูเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ปากแหลมเรียวและค่อนข้างยาว ขนอ่อนยาวเรียบ ขนหางเป็นพวง รูปร่างมีทั้งใหญ่ กลางและเล็ก อุปนิสัยไม่ค่อยดุร้ายเหมือนสองพวกแรก

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s